วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวไทยภูเขากับความมั่นคงของชาติ

ชนกลุ่มน้อย ในประเทศไทย นอกจากความเข้าใจทั่วๆ ไป ก็ได้มีความพยายามในการให้ความหมายของคำว่าชนกลุ่มน้อยไว้ เช่น ให้หมายถึง กลุ่มชนที่อพยพเข้ามาอยู่รวมกันในดินแดนของประเทศไทยโดยกลุ่มชนนั้นยังมีความผูกพันระหว่างกันในด้านเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา ขนบธรรมเนียมและความเป็นอยู่อย่างเดียวกัน แต่แตกต่างกับประชาชนส่วนใหญ่เจ้าของประเทศ และชนกลุ่มนั้น ๆ มีความรู้สึกในด้านจิตใจของตนเองถึงความแตกต่างดังกล่าว
        จากพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2544 ความว่า “...ประชาชน ที่อยู่ในประเทศเขามีมานานแล้วแต่ก็ไม่เป็นคนไทย คือเขาถือว่าไม่เป็นคนไทยแท้จริง เขาอยู่และเกิดในเมืองไทยแต่ก็ไม่ได้รับประโยชน์ของความเป็นไทย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติเหมือนกัน เพราะว่าถ้าหากว่ามีคนอยู่ในเมืองไทยและก็มีความน้อยใจมากไม่มีใครเอาใจใส่ ก็จะทำให้ความมั่นคงของประเทศด้อยไป

.......” ประกอบกับตัวดิฉันเองได้เข้าไปศึกษาปัญหาชุมชนบ้านดอยป่าไผ่ในพื้นที่ชายแดน ไทย-พม่า บริเวณ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ชุมชนนี้ประกอบไปด้วยชนเผ่าหลักๆ 3 ชนเผ่า คือ ไทยใหญ่ มูเซอ และจีนฮ่อ ซึ่งปัญหาชนกลุ่มน้อยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก กล่าวคือ การที่ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ไม่ได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ ดังเช่นไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชนรับรองสิทธิ์ต่างๆ ทั้งยังไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับสวัสดิการจากรัฐ ในด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล เป็นต้น ทำให้เขาขาดจิตสำนึกในความรักชาติ รักผืนแผ่นดินที่เขาอาศัยอยู่ โดยที่ชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มร่วมมือกับ กลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ นำขาเสพติดเข้ามาค้าขายยังฝั่งประเทศไทย กรณีตัวอย่างที่ทางกลุ่มนิสิตของคณะศึกษาศาสตร์ร่วมมือกับมูลนิธิโกมล และส.ส.ส. เข้าทำการสำรวจการได้รับสัญชาติไทย และบัตรประชาชนของชนกลุ่มน้อยดังกล่าว ปรากฏว่าชนกลุ่มน้อยบางพวกอาศัยการที่ได้รับบัตรประชาชน ได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ได้นำช่องโหว่ตรงนี้ลักลอบนำยาเสพติดที่นำมาจาก ประเทศเพื่อนบ้าน นำไปส่งให้กับพ่อค้ารายใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร เพราะผู้ที่นำยาเสพติดไปส่งนั้นสามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ ไม่เหมือนกับชนกลุ่มน้อยบางคนที่ไม่มีสิทธิ์ดังกล่าวเพราะยังถือบัตรประจำ ตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ชุมชนพื้นที่สูง (ไม่ใช่ชาวเขา) หรือที่เรียกติดปากชนกลุ่มน้อยว่า บัตรชมพู คนที่ถือบัตรชมพูนี้จะไม่มีสิทธิ์ในการเดินทางออกนอกพื้นที่อำเภอฝางโดยเด็ด ขาด ดิฉันได้เข้าไปทำการสำรวจในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่สีแดง หรือบริเวณอันตรายที่มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศ และได้ทราบถึงปัญหาจากชนกลุ่มน้อย อย่างไรก็ตามยังมีชนกลุ่มน้อยอีกจำนวนมากที่ถูกละเลย ถูกเอารัดเอาเปรียบจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นควรที่จะได้รับสิทธิ์ในฐานะที่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ใน ประเทศไทยมากกว่า 20 ปีมาแล้ว ตามด้วยกฎหมายไทยจะต้องได้สัญชาติไทย  ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจเป็นปัญหาที่ลุกลามใหญ่โต เป็นปัญหาเรื้อรังได้

        ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย ( ethnic minority group) เป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนเปราะบางสลับซับซ้อนเชื่อมโยงในหลายมิติและมีความเป็นพลวัต(dynamic)สูง ดังนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว หากขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง อาจนำไปสู่ความล้มเหลวและนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ที่ไม่สิ้นสุดได้ ทางภาครัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเข้าศึกษาในสถานที่ หรือการออกภาคสนามอย่างจริงจัง เพื่อเข้าถึงปัญหาที่แท้จริง และดำเนินการแก้ไขได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด